วีดีโอ
สถิติผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้33
mod_vvisit_counterเมื่อวาน389
mod_vvisit_counterอาทิตย์นี้1091
mod_vvisit_counterอาทิตย์ที่แล้ว2261
mod_vvisit_counterเดือนนี้6654
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว9885
mod_vvisit_counterยอดรวม550072
แสดงความคิดเห็น
ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเว็ปไซต์ปศจ.ตราด
 
เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี ยุทธนาวีที่เกาะช้าง สุดทางบูรพา ข้อมูลองค์กร ประวัติ

ประวัติ


 

ความหมายสัญลักษณ์ประจำกรมปศุสัตว์

โค อสุภราช (เผือกผู้) มีนามว่า พระนนทิ ถือกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสัตว์จัตุบาท

ม้าฉันท์ เป็นม้าขาวคู่บารมีของพระพุทธเจ้า

ทั้งโคและม้า ดังกล่าวถือว่าเป็นใหญ่กว่าสัตว์พาหนะทั้งมวล
ช่วยกันประคองเรือนแก้วให้ลอยอยู่เหมือนเมฆดังนั้นดวงตรานี้
จึงมีความหมายถึงปศุสัตว์และสัตว์พาหนะทั้งมวลอยู่เย็นเป็นสุข
ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน

สีประจำกรมปศุสัตว์ คือ สีฟ้าหม่น

 



ประวัติ
map of trat


ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช “ตราด” มีชื่อเดิมเรียกว่า “บ้านบางพระ” มีชัยภูมิสำคัญในการเป็นเมืองหน้าด่านชายทะเล รักษาความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศ มีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ สมัยสงครามกู้เอกราช พ.ศ. ๒๕๑๐ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมไพร่พลและ เรือสำเภาเพื่อนำไปขับไล่พม่ากอบกู้เอกราชคืนสู่ชาติไทย และในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทำสนธิสัญญากับชาวฝรั่งเศสเพื่อเอาดินแดนจังหวัดตราดคืนมา เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๔๔๙

๑. สภาพภูมิสังคม


     ๑.๑ ที่ตั้ง ขนาดพื้นที่
ที่ตั้ง “จังหวัดตราด” เป็นจังหวัดชายแดนสุดฝั่งทะเลตะวันออก มีรูปร่างลักษณะคล้ายหัวช้าง อาณาเขตด้านชายแดนติดกับประเทศกัมพูชาทั้งทางบกและทางทะเล ยาว ๓๓๐ กิโลเมตร โดยทางบกติดกับทางจังหวัดของประเทศกัมพูชา ได้แก่ จังหวัดพระตะบอง จังหวัดโพธิสัตว์ และจังหวัดเกาะกง ซึ่งมีแนวชายแดนธรรมชาติติดทิวเขาบรรทัด เป็นเส้นแบ่งเขตแดนตลอดแนวยาว ๑๖๕ กิโลเมตร และมีแนวอาณาเขตทางทะเลยาว ๑๖๕.๕ กิโลเมตร มีพื้นที่ขนาดเล็กเป็นอันดับ ๔ ของภาคตะวันออก และเป็นอันดับที่ ๕๖ ของประเทศ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ตามเส้นทางสายใหม่ บางนา-บ้านบึง-แกลง-ตราด เป็นระยะทาง ๓๑๕ กิโลเมตร
อาณาเขต มีอาณาเขตพื้นที่ทางบก ๒,๘๑๙ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑,๗๖๑,๐๐๐ ไร่ มีพื้นที่ปกครอง ทางทะเล ๗,๒๕๗ ตารางกิโลเมตร ทิศเหนือ ติดกับอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรีและประเทศกัมพูชา ทิศใต้ติดกับ อ่าวไทยและน่านน้ำทะเลประเทศกัมพูชา ทิศตะวันออกติดกับประเทศกัมพูชา มีทิวเขาบรรทัดเป็นแนวกั้นเขต และทิศตะวันตกติดกับอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

     ๑.๒ ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศแบ่งออกเป็น ๔ ลักษณะ ได้แก่ อาณาบริเวณที่เป็นแผ่นดิน ภูเขา พื้นน้ำ และทะเล ดังนี้
(๑) บริเวณผืนดินราบลุ่มแม่น้ำ เหมาะสำหรับปลูกผลไม้ ปาล์มน้ำมัน ทำนาข้าว และการปศุสัตว์
(๒) ที่ราบบริเวณภูเขา บริเวณนี้มีพื้นที่กว้างขวางมาก เป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การทำสวนผลไม้ ยางพารา และสับปะรด
(๓) บริเวณพื้นที่ภูเขาสูง ส่วนมากมีสภาพเป็นพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่เกาะ
(๔) ที่ราบต่ำชายฝั่งทะเล และผืนทะเล บริเวณพื้นที่นี้ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ต่างๆ ๕๒ เกาะ มีป่าชายเลนอย่างหนาแน่น เป็นแหล่งเลี้ยงสัตว์น้ำและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด
๑.๓ ลักษณะภูมิอากาศ
จังหวัดตราดมีอากาศไม่ร้อนจัด หรือหนาวจนเกินไป แต่มีฝนตกชุกมาก เพราะมีพื้นที่ติดทะเลและมีภูเขาโอบล้อม จึงทำให้ได้รับอิทธิพลของลมมรสุม แบ่งออกเป็น ๓ ฤดู
ฤดูหนาว เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ อากาศไม่หนาวมากนัก อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ ๒๐ องศาเซลเซียส
ฤดูร้อน ช่วงระหว่างเดือนมีนาคม - เมษายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยไม่เกิน ๓๔ องศาเซลเซียส
ฤดูฝน เกิดจากอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านทะเลอ่าวไทย ในช่วงเดือน พฤษภาคม - ตุลาคม ของทุกปี ทำให้มีฝนตกชุกในเกือบทุกพื้นที่ โดยเฉลี่ยจะมีปริมาณน้ำฝน ๔,๐๐๐ - ๕,๐๐๐ มม. ต่อปี เป็นเมืองฝนแปดแดดสี่ มีปริมาณน้ำฝนสูงสุดในประเทศรองจากจังหวัดระนอง

 

๒. การปกครองและประชากร

     ๒.๑ ประชากร

จังหวัดตราดมีประชากรทั้งหมด ๒๒๐,๙๑๑ คน เป็นชาย ๑๑๐,๓๒๕ คน หญิง ๑๑๐,๕๘๖ คน ความหนาแน่นของประชากรมีการกระจายตัวสูงสุดที่ อำเภอเมือง ร้อยละ ๔๑.๑๑ รองลงมา ได้แก่ อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ อำเภอคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ อำเภอเกาะช้าง อำเภอเกาะกูด ตามลำดับ

     ๒.๒ หน่วยการปกครอง

แบ่งการปกครองออกเป็น ๗ อำเภอ ๓๘ ตำบล ๒๖๑ หมู่บ้าน ๑ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ๑ เทศบาลเมือง ๑๓ เทศบาลตำบล และ ๒๙ องค์การบริหารส่วนตำบล

     ๒.๓ โครงสร้างการบริหารราชการส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น
ส่วนราชการในระดับจังหวัดมีหน่วยงาน ๒ ลักษณะ คือ หน่วยราชการบริหารส่วนภูมิภาคประจำจังหวัด และหน่วยราชการบริหารส่วนกลางในจังหวัด (ที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง)
หน่วยราชการบริหารส่วนภูมิภาคประจำจังหวัดของจังหวัดตราด มีทั้งสิ้น ๓๔ หน่วยงาน
หน่วยราชการบริหารส่วนกลางในจังหวัด มีทั้งสิ้น ๕๒ หน่วยงาน
หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ๘ หน่วยงาน
องค์การมหาชน ๑ แห่ง : สำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง (สพพ.๑)
หน่วยงานอิสระ ๖ หน่วยงาน ได้แก่ ศาลจังหวัดตราด ศาลจังหวัดตราดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดตราด สำนักงานอัยการจังหวัดตราด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตราด และหน่วยทหารในพื้นที่
การจัดองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น มี ๓ รูปแบบ ๔๔ แห่ง คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล

๓. การเมือง
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดตราด เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ๑๑๗,๙๕๑ คน (คิดเป็นร้อยละ ๗๔.๐๘ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ๑๕๙,๒๒๗ คน) ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แบบแบ่งเขตคือ นายธีระ สลักเพชร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อดีตดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๑) ได้คะแนน ๖๘,๐๓๔ คะแนน และผลเลือกตั้งแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ได้รับคะแนนสูงสุด ๖๗,๗๖๓ คะแนน
สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตราดที่ได้รับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๑ คือ นายสุพจน์ เลียดประถม ได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนน ๔๕,๒๒๑ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๔๒ ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ๑๔๘,๖๗๙ คน

๔. โครงสร้างพื้นฐาน

     ๔.๑ ไฟฟ้า
จำหน่ายกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้มีทั้งสิ้น ๓๒๔,๑๒๙,๒๔๔.๓๓ ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และมีผู้ใช้ไฟฟ้าจำนวน ๖๒,๘๖๕ ราย 


     ๔.๒ ระบบน้ำประปา
จังหวัดตราดมีสำนักงานผลิตประปา ๒ แห่ง มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น ๑,๑๖๐ ลูกบาศก์เมตร มีผู้ใช้น้ำรวม ๑๕,๗๖๑ ราย แยกเป็น
(๑) สำนักงานประปาตราด มีกำลังการผลิต ๑,๑๑๐ ลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำที่ผลิตได้ ๖,๘๓๖,๗๑๑ ลูกบาศก์เมตร
(๒) สำนักงานประปาบ่อไร่ มีกำลังการผลิต ๕๐ ลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำที่ผลิตได้ ๓๑๗,๓๙๐ ลูกบาศก์เมตร

     ๔.๓ โทรศัพท์และไปรษณีย์
สถิติการใช้โทรศัพท์ มีการติดตั้งโทรศัพท์แล้วจำนวน ๑๕,๕๕๒ เลขหมาย เลขหมายที่มีผู้เช่าจำนวน ๒๑,๑๒๘ เลขหมาย มีที่ทำการไปรษณีย์ ๗ แห่ง ให้บริการทั้งภายในและต่างประเทศ

     ๔.๔ ความต้องการน้ำ

          ๔.๔.๑ น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค
จังหวัดตราดมีประชากร ๒๒๐,๙๒๑ คน ปริมาณการใช้น้ำโดยเฉลี่ยตามมาตรฐานของคนไทยใช้น้ำ ในปริมาณ ๒๐๐ ลิตร ต่อคน มีความต้องการในการใช้น้ำประมาณ ๔๔,๑๘๔,๒๐๐ ลิตร
          ๔.๔.๒ น้ำเพื่อการเกษตร
ความต้องการปริมาณน้ำเพื่อการเกษตร ๓๙๑.๑๒ ล้าน ลบ.ม. ต่อปี ซึ่งในพื้นที่จังหวัดตราดสามารถ กักเก็บน้ำได้ ๑๗๔.๑๙๑ ล้าน ลบ.ม.
          ๔.๔.๓ น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม
ความต้องการปริมาณน้ำเพื่อใช้ในการอุตสาหกรรมประมาณ ๙.๓๑ ล้าน ลบ.ม. ต่อปี
          ๔.๔.๔ น้ำเพื่อการท่องเที่ยว
ความต้องการปริมาณน้ำเพื่อใช้ในการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประมาณ ๑.๔๘ ล้าน ลบ.ม. ต่อปี

     ๔.๕ การคมนาคมและขนส่ง
จังหวัดตราดมีเส้นทางคมนาคมและขนส่งทั้ง ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เส้นทางบกมีถนนเชื่อมโยงระหว่างตราดกับเครือข่ายภายในประเทศจังหวัดอื่นๆ ส่วนใหญ่ใช้เส้นทางถนนสายสุขุมวิท จากบางนา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ระยะทาง ประมาณ ๓๘๕ กิโลเมตร (เลียบชายฝั่งทะเลหรือเส้นทางสายเก่า) และเส้นทางสายบางนา บ้านบึง แกลง และตราด ระยะทาง ๓๑๕ กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีสนามบินเอกชนจำนวน ๑ แห่ง (ของบริษัทบางกอกแอร์เวย์ เปิดให้บริการเมื่อ ๑๘ เมษายน ๒๕๔๖ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด) เปิดบริการวันละ ๔ เที่ยวบินกรณีปกติ และวันละ ๘ เที่ยวบินกรณีช่วงฤดูการท่องเที่ยว สำหรับทางน้ำมีร่องทะเลน้ำลึกเหมาะสมกับการจัดสร้างท่าเทียบเรือขนาดกลาง (๕๐๐ ตันกรอส) ได้ที่อำเภอคลองใหญ่ ซึ่งสามารถรองรับการขนส่งทางน้ำไปยังประเทศกัมพูชา เวียดนาม และภูมิภาคอินโดจีน รวมทั้งนานาชาติที่ได้มาตรฐาน เป็นอย่างดี ปัจจุบันคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๒ อนุมัติให้ก่อสร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์ คลองใหญ่แล้ว ในวงเงิน ๑,๒๙๖ ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จภายในปี ๒๕๕๕

 

๕. การศึกษาและศาสนา

     ๕.๑ การศึกษา
ตราดมีสถานศึกษาระดับต้น คือ ชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จำนวน ๑๔๒ แห่ง จำนวนห้องเรียนทั้งสิ้น ๑,๖๒๐ ห้อง จำนวนนักเรียน ๔๐,๐๓๐ คน ครู อาจารย์ จำนวน ๑,๖๐๑ คน และยังไม่มีสถานศึกษา ในระดับอุดมศึกษา

     ๕.๒ ศาสนา
วัดในจังหวัดตราดมีจำนวนทั้งสิ้น ๑๒๙ แห่ง สำนักสงฆ์ ๓๒ แห่ง มีพระภิกษุ ๗๔๕ รูป สามเณร ๔๓ รูป จำนวนโบสถ์คริสต์ ๑ แห่ง และมัสยิด ๑๕ แห่ง ผู้นับถือศาสนาพุทธ จำนวน ๒๑๓,๔๐๘ คน(ร้อยละ ๙๗) ศาสนาอิสลาม จำนวน ๕,๒๑๔ คน (ร้อยละ ๒.๓๗) ศาสนาคริสต์ จำนวน ๑,๓๘๖ คน (ร้อยละ ๐.๖๓)

๖. สังคม คุณภาพชีวิต

     ๖.๑ สาธารณสุข
จังหวัดตราดมีโรงพยาบาลของรัฐ ๗ แห่ง จำนวนเตียง ๕๘๖ เตียง จำนวนแพทย์ ๖๗ คน ทันตแพทย์ ๑๒ คน พยาบาล ๖๔๖ คน จำนวนผู้ป่วยทั้งสิ้น ๑๔๓,๔๗๘ คน เป็นผู้ป่วยใน ๓๕,๘๓๑ คน และผู้ป่วยนอก ๑๐๗,๖๔๗ คน มีจำนวนสถานีอนามัย ๖๖ แห่ง ครบทุกตำบล นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลเอกชนจำนวน ๑ แห่ง จำนวนเตียง ๑๑๔ เตียง จำนวนแพทย์ ๑๗ คน ทันตแพทย์ ๑ คน พยาบาล ๔๔ คน จำนวนผู้ป่วยทั้งสิ้น ๙,๘๔๕ คน เป็นผู้ป่วยใน ๕,๓๘๙ คน ผู้ป่วยนอก ๔,๔๕๖ คน และมีคลินิกทุกประเภท ๖๒ แห่ง
สาเหตุการตายที่สำคัญ ได้แก่ (๑) มะเร็งทุกชนิด (๒) การบาดเจ็บ การเป็นพิษ และผลติดตามเหตุจากภายนอก (๓) ปอดอักเสบและโรคอื่นๆ ของปอด (๔) การฆ่าตัวตาย ถูกฆ่าตาย และอุบัติเหตุอื่นๆ (๕) โรคเกี่ยวกับตับอ่อน

     ๖.๒ สวัสดิการสังคม
จังหวัดตราดมีสถานประกอบการจำนวน ๑,๐๙๒ แห่ง มีผู้ประกันตนซึ่งขึ้นทะเบียนประกันสังคมจำนวน ๑๒,๔๐๕ คน ผู้ประกันตนที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างและได้แจ้งความประสงค์เป็นผู้ประกันตนต่อจำนวน ๘๙๐ คน มีการใช้บริการของผู้ประกันตนอันเนื่องมาจากเจ็บป่วยจำนวน ๑๘,๓๓๒ คน ทุพพลภาพจำนวน ๑๔ คน ตายจำนวน ๒๗ คน คลอดบุตรจำนวน ๕๓๗ คน ชราภาพจำนวน ๑๗๒ คน สงเคราะห์บุตรจำนวน ๑,๖๒๑ คน และกรณีว่างงานจำนวน ๕๒๗ คน

     ๖.๓ สถานการณ์แรงงาน
ไตรมาสที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๔ (กรกฎาคม – กันยายน ๒๕๕๔) มีประชากรทั้งหมด ๒๒๐,๙๑๑ คน ประชากรผู้ที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป ๑๙๙,๔๘๖ คน เป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานจำนวน ๑๔๖,๓๕๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๓.๓๗ ของประชากรทั้งหมด เป็นผู้มีงานทำ ๑๔๖,๑๙๙ คนและผู้ว่างงาน ๑๕๙ คน คิดเป็นร้อยละของจำนวนผู้มีงานทำและผู้ว่างงานเท่ากับ ๖๖.๓๑ และ ๐.๐๗ ตามลำดับ มีประชากรผู้มีงานทำในภาคการเกษตรจำนวน ๘๘,๑๔๓ คน และนอกภาคการเกษตรจำนวน ๕๘,๐๕๖ คน คิดเป็นร้อยละของผู้มีงานทำเท่ากับ ๖๐.๒๙ และ ๓๙.๗๑ ตามลำดับ
ในส่วนของนายจ้าง/สถานประกอบการ มีการแจ้งตำแหน่งงานว่างจำนวน ๑๔๙ อัตรา โดยมีผู้สมัครงานจำนวน ๓๐๒ คน และได้รับการบรรจุงาน ๔๕๔ คน
ทางด้านการพัฒนาศักยภาพแรงงาน กลุ่มอาชีพที่เข้ารับการฝึกเตรียมเข้าทำงานมากที่สุดคือ กลุ่มอาชีพช่างกล จำนวน ๔ คน และฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน จำนวน ๒๖๘ คน กลุ่มอาชีพที่เข้ารับการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานสูงสุด คือ กลุ่มธุรกิจและบริการ จำนวน ๒๔๓ คน
ทางด้านการคุ้มครองแรงงาน จากการเข้าตรวจสถานประกอบการทั้งสิ้น ๑๐๑ แห่ง มีลูกจ้างผ่านการตรวจจำนวน ๑,๕๙๐ คน พบว่าสถานประกอบการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ร้อยละ ๙๙.๐๑
แรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมายและได้รับอนุญาตให้ทำงาน มีจำนวน ๒๒๙ คน แรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่เป็นประเภทชั่วคราว จำนวน ๑๙๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๘๕.๕๙ รองลงมาประเภทมาตรา ๑๒ จำนวน ๓๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๓.๕๔
สำหรับแรงงานต่างด้าวที่ยื่นใบขออนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี ๒ ครั้ง ครั้งสุดท้าย ณ วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔ เป็นแรงงานที่ได้รับอนุญาตให้มาทำงานเป็นการชั่วคราว ๓ สัญชาติ คือ พม่า ลาว กัมพูชา เพื่อทดแทนการขาดแคลนแรงงานในจังหวัด มีจำนวนทั้งสิ้น ๒๑,๑๖๓ คน จำแนกเป็นสัญชาติกัมพูชา ๑๗,๐๗๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๘.๔๕ พม่า ๔,๓๙๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๐.๔๙ และลาว ๒๙๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๑.๓๖ (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔)
แรงงานในต่างประเทศมีผู้ได้รับอนุมัติให้ไปทำงานต่างประเทศ จำนวน ๕ คน ซึ่งเดินทางโดยวิธี Re-Entry คือกลับไปทำงานอีกครั้งโดยการต่ออายุสัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔)

     ๖.๔ ความยากจน
ผลการสำรวจครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ จปฐ. ที่มีรายได้ต่ำกว่า ๒๓,๐๐๐ บาท /คน/ปี รวมทั้งจังหวัดใน ๗ อำเภอ ในปี ๒๕๕๔ ปรากฏว่ามีครัวเรือนยากจน ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. (๒๓,๐๐๐ บาท) จำนวน ๑๓ ครัวเรือน ประกอบด้วย ครัวเรือนในอำเภอเกาะช้าง ๖ ครัวเรือน อำเภอเขาสมิง ๖ ครัวเรือน และอำเภอบ่อไร่ ๑ ครัวเรือน

๗. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

     ๗.๑ ป่าไม้
จังหวัดตราดมีพื้นที่ป่าไม้รวมทั้งสิ้น ๘๕๓,๕๔๔ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๓๔ ของพื้นที่ทั้งจังหวัด สภาพป่าไม้เป็นป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ยาง ชุมแพรก กระบาก พนอง และป่าชายเลน พันธุ์ไม้ ที่สำคัญ ได้แก่ โกงกาง แสม ประสัก ลำพู ลำแพน โปรง และตะบูน ซึ่งแยกชนิดป่าไม้ได้ดังนี้
          ๑. ป่าบก เนื้อที่ ๗๗๐,๔๑๙.๕๐ ไร่
          ๒. ป่าชายเลน ๗ ป่า เนื้อที่ประมาณ ๖๒,๐๐๐ ไร่
          ๓. ป่าบกผสมป่าชายเลน ๑ ป่า เนื้อที่ประมาณ ๒๑,๑๒๕ ไร่
          ๔. อุทยานแห่งชาติ ๒ แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว
          ๕. เขตป่าสงวน ๑ แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว อยู่ในเขตป่าเขาสมิง ป่าคลองใหญ่ และป่าเขาไฟไหม้

     ๗.๒ แหล่งน้ำ
          ๗.๒.๑ แหล่งน้ำธรรมชาติ
จังหวัดตราดมีปริมาณฝนตกประมาณ ๔,๐๐๐ มม. ต่อปี และมีปริมาณน้ำท่า ๕,๔๙๐ ล้าน ลบ.ม. ไหลลงสู่ทะเลปีละมากกว่า ๕,๐๐๐ ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บน้ำได้ ๑๖๔.๑๙ ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจังหวัดตราดมีแม่น้ำ ที่สำคัญ ๒ สาย ได้แก่ แม่น้ำตราด ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุด ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาบรรทัดไหลผ่านหลายท้องที่ ตั้งแต่พื้นที่อำเภอคลองใหญ่ อำเภอบ่อไร่ อำเภอเขาสมิง และไหลลงทะเลที่อำเภอเมือง แม่น้ำเวฬุ เป็นแม่น้ำที่แบ่งเขตแดนจังหวัดตราดและจังหวัดจันทบุรี ซึ่งไหลผ่านเขตเกษตรกรรมของทั้งสองจังหวัด
          ๗.๒.๒ แหล่งน้ำชลประทาน
ประกอบด้วยโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ๑๔ แห่ง ความจุ ๑๕๒.๓๕ ล้าน ลบ.ม. โครงการชลประทานขนาดเล็ก ๗๙ แห่ง ความจุ ๑๕.๓๔๑ ล้าน ลบ.ม. แหล่งน้ำที่ดำเนินการโดยหน่วยงานอื่น ความจุ ๖.๕๐ ล้าน ลบ.ม.

๘. ด้านเศรษฐกิจ

     ๘.๑ ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Product)
ปี ๒๕๕๓ มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ๒๔,๓๑๒ ล้านบาท สาขาการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ สาขาภาคการเกษตร มีมูลค่า ๑๑,๓๑๓ ล้านบาท (ร้อยละ ๔๖.๕๓) มีมูลค่าสาขาการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ เกษตรกรรม การล่าสัตว์และการป่าไม้มีมูลค่า ๖,๒๘๐ ล้านบาท (ร้อยละ ๕๕.๕๑) และการประมง มูลค่า ๕,๐๓๓ ล้านบาท (ร้อยละ ๔๔.๔๙) ส่วนสาขานอกภาคการเกษตร มีมูลค่า ๑๒,๙๙๙ ล้านบาท (ร้อยละ ๕๓.๔๗) มีมูลค่าสาขาการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ ในครัวเรือน มีมูลค่า ๒,๒๘๓ ล้านบาท (ร้อยละ ๑๗.๕๖) การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้าและการคมนาคม มีมูลค่า ๑,๕๑๓ ล้านบาท (ร้อยละ ๑๑.๖๔) และโรงแรมและภัตตาคาร มีมูลค่า ๑,๔๐๓ ล้านบาท (ร้อยละ ๑๐.๗๙) รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนต่อคนต่อปี ปี ๒๕๕๓ รายได้ต่อหัวของประชากร ๙๘,๖๓๒ บาทต่อคนต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๔)

     ๘.๒ การผลิตที่สำคัญ

          (๑) การเกษตร
ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ พื้นที่ทำการเกษตรของจังหวัดตราด มีจำนวน ๖๖๗,๗๐๖ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๗๑.๑๗ ของพื้นที่ทั้งหมด มีครัวเรือนเกษตรกร ๒๓,๑๑๓ ครัวเรือน กลุ่มสถาบันเกษตรกรจำนวน ๓๓๑ กลุ่ม มีสมาชิก ๔๗,๑๘๙ ราย พืชเกษตรกรรมสามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัดปีละประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท
พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา พื้นที่ปลูก ๒๖๗,๐๘๒ ไร่ ให้ผล ๑๗๕,๗๓๖ ไร่ เงาะ พื้นที่ปลูก ๖๐,๖๑๗ ไร่ ให้ผล ๕๗,๘๗๒ ไร่ ปาล์มน้ำมัน พื้นที่ปลูก ๔๙,๓๘๕ ไร่ ให้ผล ๒๖,๐๐๒ ไร่ ข้าว พื้นที่ปลูก ๓๓,๐๒๗ ไร่ ให้ผล ๓๓,๐๒๗ ไร่ มังคุด พื้นที่ปลูก ๓๒,๑๓๘ ไร่ ให้ผล ๒๖,๒๙๗ ไร่ สับปะรด พื้นที่ปลูก ๒๙,๖๙๓ ไร่ ให้ผล ๒๖,๐๘๐ ไร่ ทุเรียน พื้นที่ปลูก ๒๖,๙๔๑ ไร่ ให้ผล ๒๔,๒๔๒ ไร่ ลองกอง พื้นที่ปลูก ๑๗,๑๕๓ ไร่ ให้ผล ๑๒,๖๕๕ ไร่ เงาะ มะพร้าว พื้นที่ปลูก ๑๐,๘๘๖ ไร่ ให้ผล ๑๐,๐๗๑ ไร่ และมะม่วงหิมพานต์ พื้นที่ปลูก ๗,๓๓๗ ไร่ ให้ผล ๖,๔๔๖ ไร่
ผลผลิตภาคการเกษตรประจำปี ๒๕๕๓ ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด) มีจำนวนทั้งสิ้น ๗๔๙,๒๒๗ ตัน แยกออกเป็นแต่ละประเภทได้แก่ ทุเรียน ๓๒๙,๙๓๖ ตัน มังคุด ๑๑๕,๗๓๕ ตัน เงาะ ๒๔๐,๖๕๗ ตัน และลองกอง ๖๒,๘๙๙ ตัน ผลผลิตภาคการเกษตรประจำปี ๒๕๕๓ ของจังหวัดตราด ที่สำคัญมีจำนวนทั้งสิ้น ๑๗๑,๐๐๐ ตัน ประกอบด้วย เงาะ ๙๐,๐๐๐ ตัน มังคุด ๓๐,๐๐๐ ตัน ทุเรียน ๔๐,๐๐๐ ตัน ลำไย ๕,๐๐๐ ตัน กล้วยไข่ ๕,๐๐๐ ตัน และขนุน ๑,๐๐๐ ตัน
         
          (๒) ปศุสัตว์

ปี ๒๕๕๔ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ จำนวน ๑๐,๗๔๖ ราย การเลี้ยงโคเนื้อ จำนวน ๔,๓๘๖ ตัว โคนม จำนวน ๘๒ ตัว กระบือ จำนวน ๑,๙๙๖ ตัว สุกร จำนวน ๓๑,๔๑๘ ตัว แพะ จำนวน ๓๐๓ ตัว แกะ จำนวน ๔๒ ตัว ไก่ จำนวน ๖๐๒,๕๗๙ ตัว เป็ด จำนวน ๒๗,๕๖๒ ตัว
         
          (๓) ประมง

          ๓.๑ การประมงทะเล จังหวัดตราดมีครัวเรือนประมงทะเล ๔,๐๔๖ ครัวเรือน มีเรือประมงจำนวน ๓,๖๒๔ ลำ และมีการจัดแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ ๒ แห่ง และขนาดเล็ก จำนวน ๓๐ แห่ง ในปี ๒๕๕๑ สามารถจับสัตว์น้ำจากการทำประมงทะเล ประมาณ ๑๐๔,๒๔๖.๘๓ ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ ๓,๒๙๗.๖ ล้านบาท มีธุรกิจต่อเนื่องจากการประมง ได้แก่ โรงน้ำแข็ง ๑๒ โรง โรงงานห้องเย็น ๔ แห่ง โรงงานน้ำปลา ๕ แห่ง โรงงานปลาป่น ๔ แห่ง โรงงานปูกระป๋อง ๔ แห่ง อู่ต่อเรือ ๖ แห่ง คานเรือ ๗ แห่ง ท่าเทียบเรือทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ๓๑ แห่ง นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำพื้นบ้าน เช่น ทำกะปิ กุ้งแห้งและปลาเค็ม กระจายทั่วไปในเขตชายทะเล
          ๓.๒ การประมงน้ำจืด จังหวัดตราด มีผลผลิตจากการประมงน้ำจืดน้อย เมื่อเทียบกับการประมงทะเล ซึ่งผลผลิตได้จากแม่น้ำตราด แม่น้ำเวฬุและลำคลองต่างๆ ในปี ๒๕๕๑ มีผลผลิตจากการจับสัตว์น้ำ จำนวน ๑๒๗.๗๖ ตัน คิดเป็นมูลค่า ๒,๕๓๒,๒๔๒ บาท
          ๓.๓ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จังหวัดตราดมีพื้นที่เหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เพราะมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม มีชายฝั่งทะเลยาวถึง ๑๖๕ กิโลเมตร และมีคุณภาพน้ำทะเลดี ทำให้สามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้หลายประเภท ทั้ง กุ้ง,ปลา, หอย, และปู แต่ผลผลิตส่วนใหญ่มูลค่ากว่าร้อยละ ๙๐ ได้จากการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล โดยในปี ๒๕๕๒ มีผู้ขึ้นทะเบียนเลี้ยงกุ้งทะเล จำนวน ๘๗๘ ฟาร์ม พื้นที่ ๑๖,๓๘๔.๒๐ ไร่ ปลาทะเล จำนวน ๔๖ ฟาร์ม พื้นที่ ๔๒๓.๑๖ ไร่ ปูทะเล จำนวน ๒๐ ฟาร์ม พื้นที่ ๑๗๘.๘๖ ไร่ และมีที่อนุญาตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประเภทที่อนุญาตเลี้ยงหอย จำนวน ๑๑ แห่ง พื้นที่ ๒๖,๐๐๑ ไร่ ปัจจุบันมีเกษตรกรเลี้ยงหอยทะเล จำนวน ๒๓๑ ราย พื้นที่ ๔๗๔ ไร่ จากข้อมูลใบกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำของสำนักงานประมงจังหวัดตราด ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ผลผลิตกุ้งขาวแวนนาไม มีปริมาณการจับ จำนวน ๔๖,๗๓๘.๕ ตัน คิดเป็นมูลค่า ๔,๙๓๖.๘ ล้านบาท กุ้งกุลาดำ มีปริมาณการจับ ๑๙๖.๕ ตัน คิดเป็นมูลค่า ๓๔.๘ ล้านบาท และปูนิ่ม มีปริมาณการจับ จำนวน ๒๒๗.๔ ตัน คิดเป็นมูลค่า ๕๐ ล้านบาท
          ๓.๔ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด จังหวัดตราดมีพื้นที่โดยรวมไม่เหมาะต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเชิงพาณิชย์ ประกอบกับประชาชนส่วนใหญ่นิยมบริโภคปลาทะเล เกษตรกรที่เลี้ยงปลาน้ำจืดส่วนใหญ่เลี้ยงไว้บริโภคในครัวเรือน นอกจากผู้เลี้ยงในกระชังที่เลี้ยงเพื่อการค้า จังหวัดตราดมีผู้เลี้ยงสัตว์น้ำจืดที่ขึ้นทะเบียน จำนวน ๓๒๘ ฟาร์ม พื้นที่ ๒,๗๑๔.๙๗ ไร่ มีผู้เลี้ยงตะพาบน้ำ จำนวน ๓๒ ฟาร์ม พื้นที่ ๓๑.๘๒ ไร่ มีผลผลิตทั้งหมดประมาณ ๕๗๕.๑๖ ตัน มูลค่าประมาณ ๓,๔๐๖,๑๑๒ บาท และผู้เลี้ยงจระเข้ ๒๐ ราย จำนวน ๑๐,๘๘๙ ตัว คิดเป็นมูลค่าประมาณ ๑๖.๓๓ ล้านบาท

          (๔) อุตสาหกรรม
ในปีพ.ศ. ๒๕๕๒ มีสถานประกอบอุตสาหกรรม ทั้งหมด ๓๖๑ แห่ง จำนวนเงินลงทุน ๒,๔๒๓,๖๓๐,๓๗๕ บาท จำนวนคนงาน ๔,๒๔๔ คน ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมอาหาร ร้อยละ ๒๐.๕๐ อุตสาหกรรมขนส่ง ร้อยละ ๑๙.๓๙ อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ร้อยละ ๑๑.๓๖ อุตสาหกรรมไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ร้อยละ ๙.๔๒ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ ร้อยละ ๘.๘๖ อุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมยาง ร้อยละ ๗.๔๘ และอุตสาหกรรมอโลหะ ร้อยละ ๕.๕๔

          (๕) การค้า
ในปี ๒๕๕๔ มีจำนวนผู้จดทะเบียนประกอบธุรกิจการค้าที่ยังคงอยู่ จำนวน ๑,๔๒๙ ราย แยกเป็น จดทะเบียนพาณิชย์ที่ไม่เป็นนิติบุคคลจำนวน ๕๔๘ ราย เป็นนิติบุคคลจำนวน ๘๘๑ ราย แยกเป็นบริษัทจำกัดจำนวน ๔๓๖ ราย ห้างหุ้นส่วนจำกัด จำนวน ๔๔๔ ราย ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน ๑ ราย
การค้าชายแดน มีช่องทางการค้า ๓ ช่องทาง ดังนี้
1) จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก พื้นที่ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ ตรงข้ามกับบ้านจามเยี่ยม อำเภอมณฑลสีมา จังหวัดเกาะกง ของกัมพูชา ลักษณะการค้าที่จุดนี้ ร้อยละ ๘๐ เป็นการนำสินค้าลงเรือเพื่อขนส่งไปยังกัมพูชา โดยท่าเทียบเรือของเอกชน ๔ แห่ง คือ ท่าเทียบเรือชลาลัย ท่าเทียบเรือกัลปังหา ท่าเรือ ป.เกษม และท่าเรือ ส.กฤตวรรณ ส่วนอีกร้อยละ ๒๐ เป็นการนำเข้า-ส่งออกผ่านจุดผ่านแดนโดยตรง
2) จุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง พื้นที่อำเภอบ่อไร่ (เนิน ๔๐๐) วนเวลาเปิด-ปิด คือ วันอังคาร, วันพุธ, วันพฤหัสบดี เวลา ๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ปริมาณการค้า ณ จุดนี้ค่อนข้างน้อย
3) จุดผ่อนปรนการค้าชั่วคราวบ้านท่าเส้น พื้นที่ตำบลแหลมกลัด อ.เมืองตราด วันเวลาเปิด-ปิด คือ ทุกกันเสาร์ เวลา ๖.๐๐-๑๙.๐๐ น. เป็นการค้าของชาวบ้านทมอดา ตำบลทมอดา อำเภอเวียงเวล จังหวัดโพธิสัต โดยลงทะเบียนเข้า-ออก ที่ฐานร้อย ทพ.นย.ที่ ๕๓๕ (บ้านท่าเส้น)
- สินค้านำเข้าที่สำคัญ คือ ไม้แปรรูป และกากน้ำตาล (Molasses)
- สินค้าส่งออกที่สำคัญคือ น้ำตาลทราย นมและอาหารเสริม

สถิติการค้าชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดตราด                                                                        

                                                                                    หน่วย : ล้านบาท

ปี พ.ศ.

มูลค่าการค้ารวม

มูลค่าการส่งออก

มูลค่าการนำเข้า

ดุลการค้า

๒๕๕๑

๑๖,๔๕๑.๕๒

๑๖,๔๐๗.๙๖

๔๓.๕๖

๑๖,๓๖๔.๔๐

๒๕๕๒

๑๖,๗๗๘.๒๓

๑๖,๗๓๕.๔๑

๔๒.๘๒

๑๖,๖๙๒.๕๙

๒๕๕๓

๑๙,๖๐๒.๖๙

๑๙,๕๔๕.๙๐

๕๖.๗๙

๑๙,๔๘๙.๑๑

ที่มา : ด่านศุลกากรคลองใหญ่ รวบรวมโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด

          (๖) การท่องเที่ยว
จังหวัดตราดมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง เนื่องจากมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สถานท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางทะเลมีหมู่เกาะน้อยใหญ่ ๕๒ เกาะ เป็นการท่องเที่ยวที่ชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ตลอดจนมีศักยภาพในการเป็นเมืองท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งประเทศกัมพูชา และประเทศเวียดนาม ในรอบปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา จังหวัดตราดมีรายได้จากการท่องเที่ยว ๔,๖๖๕.๔๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นเงิน ๗๗๐.๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๙.๗๘ ของปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนเป็นจำนวน ๗๑๕,๑๘๖ คน
จำนวนโรงแรมและสถานที่พักในจังหวัดตราดมีจำนวนทั้งสิ้น ๒๗๓ แห่ง ดังนี้ อ.เมือง จำนวน ๒๑ แห่ง อ.แหลมงอบ จำนวน ๘ แห่ง อ.เขาสมิง จำนวน ๑ แห่ง อ.บ่อไร่ จำนวน ๒ แห่ง อ.คลองใหญ่ จำนวน ๑๔ แห่ง อ.เกาะช้าง จำนวน ๑๘๓ แห่ง และอำเภอเกาะกูด ๔๔ แห่ง


 
ผู้บริหาร

weerasunti  

นายวีระสันติ  ประทุมพล

ปศุสัตว์จังหวัดตราด

เวลาปัจจุบัน
ปฏิทินกิจกรรม
November 2019
S M T W T F S
27 28 29 30 31 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
ลงชื่อผู้ใช้



bn public guide